2005/May/06

ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ..หลังจากที่ได้กล้องแล้ว ทุกๆวันที่ออกจากบ้าน นอกจาก กระเป๋าเงิน , มือถือ , กุญแจบ้าน สุดท้ายกล้องโลโม คืออีกหนึ่งสิ่งที่ผมต้องเอาออกไปด้วยทุกๆวันซึ่งผมก็บอกไม่ได้ว่า วันๆนึงจะถ่ายอะไร แต่เชื่อได้เลยว่า มันมีอะไรที่คุณคาดไม่ถึงให้ถ่ายตลอด

ผมก็อาศัยรถไฟฟ้าไปโน้น นี่ นั้นเสมอๆครับ บางทีนั่งๆยืนๆไม่ได้คิดอะไรแต่ พอถ่ายมาเก็บไว้อารมณ์ก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่าง ตอนที่ถ่ายรูปนี้ก็บริเวณแยก อารีย์ครับ

ผมเลือกมาที่อารีย์เพราะไอ้เจ้าสะพานลอยที่นี่แหละครับ มันติดตาผมจริงๆยิ่งมุมมอง จากบนสะพานลงไปแล้ว ยากจะบอกครับ บางทีเราถ่ายรูปๆเดียวกัน แต่อารมณ์และความรู้สึก จะแตกต่างกันตามมุมมองของคนที่ถ่าย รูปนี้ผมอาจจะถ่ายด้วยอารมณ์ งงๆ มันเลยดู งงๆหรือเปล่า ???

บางครั้งการที่เรา อยู่ในเมืองนานๆ เราจะชินตากับภาพบาง ผมเริ่มนึกถึงสมัยเด็กๆที่เราเข้ามา กรุงเทพ นานๆครั้ง ทุกครั้งที่มาที่นี่มันน่าตื่นตาตื่นใจเสมอครับผมว่ามันคงคล้ายๆกับการที่เราได้รับ Card จากเพื่อนที่ส่งมาจากประเทศอื่นๆอะไรๆก็น่าสนใจไปหมด บางทีตึกสูงๆในบางมุม อาจจะบอกอะไรในกรุงเทพได้มากกว่า การไปถ่ายวัดทั้งวัดก็ได้

อะไรที่เราเห็นทุกๆวันลอง ถ่ายมา...สวยไม่สวย บอกไม่ได้แต่ ถ่ายโลโม ก็ไม่รู้จะคิดมากไปทำไม คนอื่นอาจจะมองว่าไอ้นี่ มันบ้า แต่ถามว่าถ้า ไอ้ส้วมที่คุณ นั่งๆกัน ถ้าเกิดอนาคตอันใกล้ มันสาปสูญไปจากสังคม รูปที่คุณถ่ายไว้ขำๆ อาจจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดี ของคุณก็ได้

บางภาพก็ อดจะถ่ายไม่ได้ ผมไปเดินสยามราวๆ 3 ทุ่ม เจอเจ้านี่นอน อยู่เห็นหน้ากันบ่อยๆแต่วันนี้ มันดันมานอน หน้าร้านขายเสื้อร้านสักร้านนึง เลยขอแอบถ่าย สัก 1 รูป แต่ใครอยากได้ก็ ต้องไป Order เองอันนี้ผมไม่รับปาก

.....นี่รูปสะพาน ( อืม..จะบอกทำไม ?? ) กรุงธน / ซังฮี้ วันนั้นมี รุ่นพี่ขับรถผ่านทางนั้นเลยขอ ติดรถเค้าไปลงกลางสะพาน ลองวิชา LC-A กับการใช้ Shutter B หลายๆคนบอก พี่ๆมันมี ด้วยเหรอ บอกได้ว่าไม่มี ครับ .... แต่จริงๆถ้าอยากได้เราจัดให้ LC-A จะทำงานโดยอาศัยเซลวัดแสง ในโหมด A โดยเซลจะอยู่บริเวณที่เราปรับISO ของฟิล์มครับ ที่เป็น ปุ่มๆกลมๆตรงนั้นเลย ต่อจากนั้นเราก็เริ่มการหลอกเซลตัวนี้ โดยการเอานิ้วชี้ซ้าย หรือ จะเอาเทปดำๆมาแปะไว้ก็ได้ ตรงเซลมัน และเราก็ลองถ่ายตามปกติ แต่ต้องมือนิ่งๆหน่อย เนื่องจากเราไม่มี ขาตั้ง ถ้ากลัวก็หาอะไรมาเป็นฐานก็ได้ จากนั้นเราก็เริ่มกด Shutter แต่เราจะกดค้าง จนกว่าเราจะพอใจ แต่มันจะสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องฟังเสียงตอนยกนิ้วออกจากปุ่ม ถ้ามันดังตอนยกนิ้วออกเหมือนตอนชัตเตอร์ ทำงาน ละก้อเป็นอัน OK ถ้าเอานิ้วออกแล้วเงียบ ก็แสดงว่าเราอาจจะพลาดให้มีแสงรอดเข้ามา แรกๆจะยากนิดนึง แต่พยายามๆเข้าจะเริ่ม สนุกและชินไปเองครับ ส่งท้ายด้วย LC-A + Shutter B ครับ

2005/May/06

ภายหลังจากได้กล้องมาอยู่ในมือแล้ว ก็เริ่มหาอะไรถ่ายตามภาษาแต่เชื่อได้เลยว่าแรกๆ ไม่ได้เรื่อง ได้ราวเลย ทำไมไม่เหมือนที่เราเห็นในเวบล่ะ มันน่าจะเหมือนกันนะ หลังจากเราลองผิดถูกอยู่หลายครั้ง เริ่มรู้สึกว่า แต่ละคนจะมีวิถีการถ่ายที่ แตกต่างกันออกไปเฉพาะตัว การที่เราถ่ายโมและ พยายามให้มันเป็นมากไปก็ไม่ได้หมายความว่า ภาพจะสวย แต่บางครั้งภาพสวย แต่ก็สื่ออะไรออกมาไม่ได้ก็มี

นี่เป็นภาพแรกๆของผมเลย จำได้ว่าวันนั้นไปต่อ ทะเบียนรถให้พ่อที่ ขนส่งทางบกผมว่า ผมไม่ค่อยชอบภาพถ่ายตัวเองเท่าไหร่ แต่คนอื่นจะมองอีกอย่าง นี่มันคงเป็นสาเหตุที่ ทำให้มุมมองของแต่ละคนแตกต่างกันไป เราถ่ายอย่างคนอื่นไม่ได้ คนอื่นก็คงถ่ายแบบเราไม่ได้

ม้วนแรก 36 รูปได้ก็เยอะเสียก็แยะ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเสียไปเพราะอะไร ทำไมมันไม่สว่างกว่านี้ มืดไปหรือเปล่า กล้องเจ๊ง แล้วแน่เลย ...... อันหลังเอาไว้เป็นเหตุ ตอนแก้ตัวไม่ขึ้น 555+ แต่กล้องโลโม แต่ละตัวแม้จะ รุ่นเดียวกันแบบเดียวกัน แต่บอกได้เลยว่ามันไม่เหมือนกัน ของพวกนี้ต้องจับต้องไปเรื่อยๆมั้ง จับให้รู้สึกเคยชินแล้วอะไรๆจะเริ่มออกมา OK ม้วนต่อ มาผมเลยเริ่มลองกระบวนการที่เราเรียกว่า ครอส ( X-process ) คือการนำ เอาฟิล์มสไลด์ มาล้างน้ำยาสี รู้สึกว่าผมจะใช้ ฟูจิ นะม้วนที่ 2 เนี่ย

บางรูปก็ดู สีดรอปๆตุ่นๆลงไป แต่ก็รู้สึกว่าไม่เหมือนกันม้วนแรก แม้ว่าจะต่างกันไม่มากเท่านัก เริ่มรู้สึกว่า มันต้องถ่ายเพราะอยากถ่าย ด้วยอารมณ์อยากถ่ายจริงๆ ไม่ได้ฝืนหรือเกร็งเกินไป แล้วอะไรๆจะออกมาเอง ของบางอย่างไม่น่าจะมีใครถ่าย แต่พอถ่ายออกมากับน่าดูคงเพราะว่า เรามองข้ามอะไรในตัวมันออกไป หรือเห็นจนชินตาจนไม่รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ข้างใน แต่ถ้ามองกันดีๆ ยังมีอะไรๆอีกเยอะ ที่ยังซ่อนอะไรดีๆในตัวไว้อยู่ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นตอนไหนนั่นเอง ......

" ภาพเราแย่ว่ะ " , " ภาพเราไม่สวยเลย ", " ไม่เหมือนที่เห็นเลย " ....ลืมๆเรื่องแบบนี้ไปให้หมดครับแล้วอะไรๆจะดีเองครับ ขอให้สนุกในการ ถ่ายภาพนะครับ ...

2005/May/04

..... .ในที่สุดแล้วผมก็ได้กล้อง Lomo มาเป็นของตัวเองจะบอกว่าด้วยความตั้งใจหรือเปล่านั้น ผมก็คงไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ ผมลองพยายามหาข้อมูลของเจ้ากล้องทรงเท่ห์ๆตัวนี้เพิ่ม ก็ไปเจอ ข้อมูลเพิ่ม ทั้งใน http://www.lomography.com/ ซึ่งที่นี่ คุณ สามารถเอารูปถ่ายโลโมของคุณ มาเก็บไว้ได้ ในพื้นที่ส่วนตัวแล้ว คุณจะได้พบกับ lomomania ทั่วโลกมากมาย จนคุณไม่อยากเชื่อ ว่าเจ้ากล้องที่ชื่อโลโม มันจะเป็นที่นิยมกันขนาดนี้ แนะนำอีกที่ ที่คุณสามารถค้นหา และถามข้อข้องใจเกี่ยวกับโลโม ได้ http://lomotoycam.pantipmember.com/ เป็นห้องของกลุ่มคนไทยที่ สนใจใน โลกของ โลโม ห้องนี้ จะสนุกสนาน เป็นกันเอง มาก แต่เรื่องสาระ รับรองว่าได้ รับแน่ๆ เพราะว่า ผลงานคนไทยหลายคนเป็นที่ยอมรับในเวบของ lomography วันนี้จะลองแนะนำกล้องในตระกูล โลโม แบบคร่าวๆแล้วกัน

LC-A (Lomo Kompakt Automat ) ตัวนี้ก็เรียกกันง่ายๆละครับว่า Lca ตามตัวอักษร บนกล้อง จัดว่าเป็นกล้องยอดนิยม อันดับต้นๆของ lomo เลยก็ว่าได้ น่าจะเป็นผล มาจากรูปทรงที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ เกินไป การทำงานได้ดีในสภาวะแสงน้อย พร้อมทั้ง สามารถปรับค่า F และ Focus ได้ เดิมแล้วที่มาของกล้องตัวนี้มาจากกล้องของญี่ปุ่น ยี่ห้อ Cosina CX-1แต่ได้มีการ ปรับปรุงเรื่องของเลนท์ และอื่นๆ จะว่ากันไป เสน่ห์ของกล้องตัวนี้อาจจะอยู่ที่ เลนท์ ของ Minitar 32mm. ที่อยู่บนตัวกล้องก็ได้ แถมด้วยโหมดปรับค่ารับแสงอัตโนมัติ หรือ โหมด A บนกล้อง ซึ่งถูกติดตั้งไว้ โดยจะมีเซลเล็กๆทำหน้าที่วัดแสง และ ปรับค่า F ให้เหมาะสม รวมทั้ง speed shutterสามารถได้ถึง 1/500 แต่ถ้าเราเลือกโหมด รูรับแสงเอง speed shutter จะคงที่อยู่ที่ 1 / 60 ครับ

Colorslpash camera อันนี้คงจะถูกใจสาวๆหลายๆคน ด้วยรูปทรงและการออกแบบได้เรียกว่าแทบจะไม่เหมือนกล้องเลย ด้วยระบบการทำงานได้ในโหมด Shutter B และ มีแฟลช ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเป็น สีต่างๆได้ ตามต้องการ ตัวนี้เลนส์จะอยู่ที่ 28 mm และ shutter speed ที่ 1/125 ครับ ถ้าอยากได้กล้องทรงเก๋ และเหมาะกับงาน Party เฮฮา เลือกตัวนี้ไม่ผิดหวังครับ

Frogeye Underwater ใครที่ชอบถ่ายโลโม อยากลอง แต่กลัวการใส่ฟิล์ม กลัวการปรับค่าต่างๆ เริ่มต้นด้วยตัวนี้ก็ดีครับ เพราะเป็นโลโม ที่มีระบบการทำงานแบบ Auto เหมือนกล้องคอมแพ็คทั่วๆไป จุดเด่นของเจ้ากล้องกบตัวนี้อยู่ที่ การถ่ายภาพใต้น้ำได้ลึก 4เมตร ถ้าคุณชอบไปดำน้ำ ไปเกาะ ไปทะเล เหน็บมันไปด้วยครับ แถมภาพถ่ายเจ้ามีบนบก ยังมีเสน่ห์ของ Lc-a ผสมอยู่มิน้อย สรุปว่า ถ้าหากล้องใช้ง่าย ลุยไปได้ทุกๆที่ ก็ตัวนี้เลยครับ

Holga นี่เป็นกล้องโลโมระดับตำนานอีกหนึ่งตัว เพราะว่าใช้ฟิล์ม ขนาด 120 ม้วนนึงจะถ่ายได้ประมาณ 12 - 16 ภาพตามแต่ ขนาดของภาพที่เราเลือกว่าจะเป็น 6 x 6หรือ 6 x 4.5จริงๆแล้วกล้อง ตัวนี้ ไม่ได้อ่านว่าโฮ - ก้า ตามที่เรียกๆกันเพราะว่ากล้องมีที่มาจากเอเชีย เรานี่เองต้องอ่านออกสำเนียงจีนๆ ว่า หัว - กว่า อะไรประมาณนั้นShutter speed ที1 /100ทำจากพลาสติคหมดทั้งตัว แต่ภาพออกมา สวยนวลๆ บอกไม่ถูก รุ่นนี้หลังๆจะมี โหมด B มาเลยแต่ล๊อตแรกๆจะไม่ได้ ดูได้ที่รุ่นของกล้อง อย่างตัวนี้ 120 CFN แต่ละตัวจะมีความหมาย เช่น C = Color , F = Flash , N = Shutter Bอย่างถ้าเป็น ตัว 120 FN ก็จะไม่มีแฟลชสี ครับจุดเด่นของโฮลก้า คือการที่เรา สามารถถ่ายซ้ำได้อย่างต่อเนื่องในเฟรมเดียว ชอบรูปสวย แบบมี Style ไม่น่าพลาด

Super Sample ตัวนี่ออกจะหน้าตาแปลกๆกว่าที่ผ่านๆมา เพราะว่าเรามาถึงกล้องในตระกูล Action โลโมกันแล้ว ตัวนี้จะถือว่าเป็น King ของกล้อง Action ก็ได้ครับ ความสามารถของกล้องตัวนี้ภาพจะออกมาแนวยาวๆ เหมือน พาโนรามา ถึง 4 รูปในเฟรมเดียวกัน เคลื่อนไปตามการทำงานของเลนส์ ทั้ง 4 ตัวซึ่งจะทำงานใน 4 ภาพใน 2 วิ หรือ 4 ใน 0.2 วิ ตามแต่เราเลือก ครับ

Action Sampleตัวนี้คงคุ้นๆตาใครๆหลายคน คงจะเผลอไม่ นึกถึงกล้องของเล่นสมัยที่เรายังเป็นเด็กๆ ใช่เลยครับ รุ่นนี้มี ทั้งแบบมีแฟลช และไม่มี กล้องตระกูล Action มักจะใช้ถ่ายภาพที่ มีการเคลื่อน อะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่เสมอไปครับ ไม่มี กฎตายตัวในการถ่ายภาพหรอกครับ นอกจากความพอใจของเรา ....ไว้ว่ากันใหม่ครับ